7 เหตุผลที่ นักพีอาร์ ควรสะบัดบ๊อบหนีลูกค้า

พาดหัวเช่นนี้ มิใช่จะให้นักพีอาร์เป็นคนก้าวร้าวนะ! แต่ก็อย่างที่รู้ๆ กันว่า ลูกค้า เขาตัดสินใจจ้างเรานะ เพราะความเป็นผู้เชี่ยวชาญ แต่ลูกค้าก็ยังไม่ปล่อยวาง คงควบคุมการทำงานพีอาร์อย่างเข้มงวด ติติง วิพากย์ จนท้ายที่สุด ผลงานที่ออกมานั้น แทบจะไม่ใช่ฝีมือของเราเลย แต่เป็นวิธีคิด วิธีการของลูกค้าทั้งหมด จบงานแล้ว นักพีอาร์จึงจะรู้ตัวว่า อ้าว… แล้ว ฉันทำอะไรล่ะ!

ลูกค้ามักลงมาลุยรายละเอียด ให้คุณแก้ไข หรือ ทำงานซ้ำเดิมเพื่อตอบสนองความต้องการ หากสิ่งนี้ ดูคุ้นๆ บางที อาจจะถึงเวลาแล้วละ ที่คุณต้องตัดสินใจบางอย่าง และเดินหนีออกมาจากงานนั้นเสียที

7 เหตุผลต่อไปนี้ หากคุณได้จนครบ ก็แนะนำว่า เดินออกมาจะดีกว่า

1. ลูกค้าเข้ามาควบคุมรายละเอียดเล็กน้อยทุกกระบวนการ จนคุณสูญเสียความภาคภูมิใจในวิชาชีพ

นักพีอาร์ทุกคนต่างทุ่มเทต่อการทำงานให้สำเร็จ เพราะใครจะไปรู้ละว่า งานพีอาร์นะ ยากเย็นเพียงไหน แต่การมาลงรายละเอียดยิบย่อยทุกขั้นตอน นอกจากจะส่งผลต่อความคิดสร้างสรรค์ของเราแล้ว ยังส่งผลต่องานที่จะเกิดขึ้นต่อในอนาคตด้วย

ระลึกไว้เสมอว่า ถ้าลูกค้าไม่ต้องการให้คุณช่วย เขาจะไม่จ้างคุณ บางครั้ง คุณอาจจะต้องหาวิธีเตือนเขาบ้างว่า คุณนะเชี่ยวชาญในด้านนั้นๆ นะ จากประสบการณ์ที่ผ่านมา แต่ถ้าลูกค้ายังไม่ฟัง ไม่สนใจ มั่นใจได้เลยว่า ผลงานของคุณทำดีแค่ไหน เขาก็จะไม่พอใจ

2. ขนผอง สยองเกล้า เมื่อได้ยินชื่อลูกค้า

ระลึกไว้เสมอว่า นี่คือธุรกิจ และนักพีอาร์คือ กัปตัน ที่จะพาเรือไปสู่เป้าหมาย แต่เมื่อใดก็ตาม ลูกค้า ทำให้คุณรู้สึกอยากจะสละเรือ นั่นละ ถึงเวลาที่คุณจะต้องปล่อยลูกค้าคนนั้นไปแล้ว

ตั้งเป้าหมายให้ชัดเจนว่า นักพีอาร์ จะทำให้แก่ใคร คนที่จะช่วยให้ธุรกิจของคุณเติบโตและขับเคลื่อนไปสู่เป้าหมาย อย่าเสียเวลากับลูกค้าที่ไม่ช่วยให้ธุรกิจคุณบรรลุเป้าหมาย ขณะเดียวกัน คุณเองก็ไม่ควรทำอย่างนั้นกับลูกค้าเช่นกัน หรือกล่าวง่ายๆ คือ ต่างฝ่ายอย่าทำให้เสียเวลาซึ่งกันและกัน

3. ไม่เคยถามความคิดเห็นคุณเลย

ย้ำอีกครั้ง ถ้าลูกค้าไม่ต้องการให้คุณช่วย เขาจะไม่จ้างคุณ

อย่างไรก็ตาม จะมีลูกค้าบางรายที่เขา (เชื่อว่า) เก่งหรือฉลาดกว่าคุณ ซึ่งสิ่งนี้ละ จะทำให้การทำงานนั้นยากยิ่งขึ้น บางครั้ง เขาจ้างพีอาร์ก็เพื่อให้เราช่วยพิสูจน์ว่าสิ่งที่เขาคิดนั้นถูกต้อง แต่ในฐานะที่เราเป็นมืออาชีพ เป็นหน้าที่ของพีอาร์ที่จะต้องบอกสิ่งที่ต้องพึงระวังหรือมุมมองอื่นๆ จากประสบการณ์ของคุณ

ถ้าลูกค้าไม่เคยถามคุณเลย หรือไม่เคยเชื่อ ศรัทธาในคำแนะนำคุณด้วย สุดท้าย คุณและลูกค้าก็จะไม่มีทางจบอย่างสวยหรูแน่นอน

4. ลูกค้าไม่เคารพคุณ

เมื่อใดก็ตาม ลูกค้าไม่เคยรับนัด ยกเลิกนัด เลื่อนนัด ที่จะประชุมกับคุณตลอดเวลา สิ่งนี้คือ สัญญาณที่บ่งบอกว่า เขาเองไม่ได้ให้ความสำคัญกับคุณ หรือเคารพคุณสักเท่าไร

โดยปกติ หากลูกค้าไม่ว่างเสียที มารยาททางธุรกิจ เขาควรจะแจ้งวันที่เหมาะสมสำหรับการนัดหมายให้คุณนะ

 

แต่ถ้าลูกค้าก็ยังไม่มีเวลาว่างเช่นเดิม แปลว่า ลึกๆ ในใจแล้ว เขาเห็นว่า คุณไม่สำคัญเท่าไร หรืองานของคุณไม่อยู่ในสายตาเขานะ

5. ต่อราคาตลอดเวลา

เมื่อใดก็ตาม ลูกค้าพูดอยู่เสมอกับคุณว่า “ผลงานที่ทำมาไม่คุ้มค่าเงินที่จ้าง” นั่นละ ถึงเวลาปล่อยเขาไปแล้ว สิ่งนี้ แสดงให้เห็นว่า เขาไม่เคยพึงพอใจในผลงานของเราเลย แถมปล่อยให้เราอยู่ในความเครียดและคงทำงานอย่างหนักต่อไปแบบไร้จุดหมาย

ถ้างานของคุณจำเป็นต้องเขียนเป็นรายละเอียด จำไว้จำแนกให้ชัดเจน ง่าย และตรงไปตรงมา และถ้าลูกค้าสงสัยในเรื่องราคาของคุณ เห็นว่า แพงเกิน หรืออะไรก็แล้วแต่ เป็นหน้าที่ของพีอาร์จะต้องอธิบายความว่า ราคานั้นเป็นไปตามประสบการณ์ของคุณ ส่วนราคาที่คนอื่นเสนอต่ำกว่านั้น เขาอาจนำเสนอในราคาที่คนละมาตรฐานก็เป็นได้

6. ลูกค้าที่ไร้การตอบสนอง 

ลูกค้ามักจะร้องขอให้ พีอาร์ รีบทำแผน เสนอราคา เราก็มักจะรีบร้อนลนลานทำให้ แต่เมื่อถึงเวลาที่สอบถามความคืบหน้า การอนุมัติเรื่องราว กลับหายไปในสายหมอก เงียบกริบ ไร้การตอบสนอง

ถ้าคุณจำเป็นต้องประสานงานกับผู้ที่มีอิทธิผลต่อการทำงานของคุณในอนาคต แล้วไร้ซึ่งการตอบสนอง แสดงว่า เขาอาจจะมีงานที่ทำมากมายอยู่แล้ว และอาจจะทำนายอนาคตของคุณได้ว่า การประสานงาน ติดตาม มีปัญหาแน่นอน

หากเป็นไปได้ คุณอาจจำเป็นต้องหาบุคคลอื่นที่จะมาประสานงาน เพื่อให้งานของคุณเป็นไปตามแผนงานและเป้าหมาย นักพีอาร์ ย่อมรู้ดีว่าหัวใจสำคัญของงานคือ dateline หากไม่สามารถทำงานให้จบได้ คนที่จะ dead จะกลายเป็นพีอาร์ รวมทั้ง โค้งสุดท้าย การเก็บเงินของนักพีอาร์ ก็อาจจะมีปัญหาก็ได้ เพราะส่ง invoice ไปแล้วจะไร้การตอบสนอง เมื่อเสร็จสิ้นงาน

7. เมื่อนักพีอาร์ไม่เชื่อมั่นและศรัทธาในผลิตภัณฑ์หรือบริการของลูกค้าแล้ว

เป็นการยากมาก หากนักพีอาร์ ไม่ศรัทธาหรือเชื่อมั่นในผลิตภัณฑ์หรือบริการของสิ่งที่เรากำลังจะนำเสนอ บางครั้งการบอกเลิกกับลูกค้า ก็ไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไร ใช้เหตุผลแบบคลาสสิคได้อย่างที่เขามักใช้กันคือ ไม่ใช่เป็นที่คุณหรอก แต่เป็นผมมากกว่าที่ไม่สามารถทำงานนี้ เพราะ…

ถ้าวันหนึ่งมาถึง นักพีอาร์มองแล้วเห็นว่า ไม่มีความจำเป็นอะไรที่เราต้องทำพีอาร์ให้แก่หน่วยงานนี้แล้ว หมดประโยชน์ที่จะทำพีอาร์แล้ว และหมดมุขที่สร้างสรรค์งานใหม่ๆ ให้แก่หน่วยงานเขาแล้ว นั่นละ ได้เวลาพิจารณาข้อตกลงการว่าจ้างได้แล้ว

แล้วคุณละ ได้มากี่เหตุผลแล้ว หลังจากอ่านจบ

ท้ายที่สุด ในฐานะนักพีอาร์มืออาชีพ อยากให้ทุกท่านทำงานอย่างมีความสุข ประสานงาน และสื่อสารกับลูกค้าอย่างประนีประนอม เพราะเราเชื่อว่า เป้าหมายสุดท้ายของนักพีอาร์และลูกค้าล้วนเหมือนกัน คือ ความสำเร็จของงาน ดังนั้น พูดคุยกันด้วยเหตุผล มองที่เป้าหมายและความสำเร็จเป็นสำคัญ ก็จะช่วยให้งานออกมาดีที่สุด และจำไว้เสมอว่า หนทางไปสู่ความสำเร็จนั้น ไม่ได้มีทางเดียว แต่ว่าทางไหนจะสั้น และสะดวกที่สุดนั่นละ คือ สิ่งสำคัญ และเป็นหน้าที่ของพีอาร์ จะต้องแนะนำ หนทางที่สั้น สะดวกที่สุด หรือ สวยงามที่สุดให้ลูกค้านั่นเอง

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s