ทำงานแบบ PR agency กับ In-house PR ต่างกันอย่างไร

ภาพจาก prdaily.com

หลายคนเคยอาจสงสัยว่า ควรเลือกทำงานพีอาร์ในองค์กร (inhouse PR) หรือนักพีอาร์ในเอเจนซี่ประชาสัมพันธ์ดี (PR agency) วันนี้ มีแนวทางการทำงานที่เหมือนและแตกต่างกันระหว่างสององค์กรมาเปรียบเทียบให้ฟัง 5 ประการ ได้แก่

1. ลูกค้ากับโครงการ

กรณีเป็นพีอาร์ในเอเจนซี่ที่ปรึกษางานประชาสัมพันธ์ สิ่งหนึ่งที่หนีไม่พ้นคือ ความหลากหลายของลูกค้าทั้งในแง่ธุรกิจ รูปแบบ กลวิธีสื่อสาร โดยนักพีอาร์จะต้องพัฒนาตนเองให้สามารถรับมือกับลูกค้าที่หลากหลายและนักข่าวในแต่ละสายไปพร้อมกัน

นักพีอาร์ในเอเจนซี่ จึงจำเป็นต้องเป็นพวก ทำงานหลายๆ อย่างได้ในเวลาเดียวกัน และต้องตื่นตัวอยู่เสมอกับความแตกต่างและความต้องการของลูกค้าไปด้วย

ขณะที่ นักพีอาร์ในองค์กร จะต้องมีความรู้เฉพาะทางและลึกในธุรกิจนั้นๆ เป็นอย่างมาก ชนิดที่เรียกว่า เชี่ยวชาญเลยทีเดียว จะต้องสามารถมองทะลุปรุโปร่งในทุกรายละเอียดและขั้นตอนต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นในองค์กร

การทำงานพีอาร์ในองค์กร บางครั้งจะเป็นเฉพาะเรื่องมากๆ หรือเป็นโครงการ (project) แต่ส่งผลในเชิงลึกทางด้านประสบการณ์ แบบเรียกว่า ฝังใจกลุ่มเป้าหมายได้เป็นอย่างดี รวมทั้ง นักพีอาร์จะมีโอกาสในการสร้างความสัมพันธ์อันดีอย่างแน่นแฟ้นระหว่างแบรนด์กับกลุ่มเป้าหมายได้ดีกว่า ชนิดที่เรียกว่า สร้างความสัมพันธ์กันทุกวัน

2. งานมหาโหดโหลดขนาด

การทำงานพีอาร์เอเจนซี่จะแตกต่างอย่างมากจากพีอาร์ในองค์กร แต่ก็มีความเหมือนกันหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็น อ่านอีเมล์มากมาย ส่งอีเมล์หลายฉบับ ส่งบทความไปให้นักข่าว ตรวจและติดตามข่าว รวมทั้งจัดเตรียมการประชุมงาน วางแผนงาน เป็นต้น

แต่สิ่งที่แตกต่างกันนั่นคือ การทำงานพีอาร์ในองค์กรเป้าหมาย การทำงานหนักของเราคือ การได้รับการโปรโมท เลื่อนขั้น หรือเงินเดือนที่ดี หรือแม้แต่เป็นการสร้าง profile ที่ดีให้แก่เราในการสมัครงานในอนาคต

ส่วนพีอาร์เอเจนซี่ จะต้องไปโฟกัสกับลูกค้าเป็นหลัก ให้บรรลุเป้าหมายเดียวกันกับองค์กรที่วางไว้  แต่อาจจะไม่อินเท่ากับพีอาร์ในองค์กร เพราะย่อมจะรู้เรื่องดีกว่าคนนอก

3. การสร้างสรรค์และสื่อสารประเด็น 

นักพีอาร์เอเจนซี่มักจะตกอยู่ภายใต้แรงกดดันในการสร้างสรรค์ประเด็นข่าวให้เหมาะแก่กลุ่มเป้าหมายเสมอๆ ดังนั้น จึงทำให้พีอาร์ในองค์กรหลายแห่งจึงเลือกที่จะจ้างพีอาร์เอเจนซี่มารับความกดดันเหล่านี้แทน

นักพีอาร์เอเจนซี่มักถูกคาดหวังให้สามารถสร้างสรรค์ประเด็นบนสื่อโลกออนไลน์ได้หลากหลาย บางครั้งก็ให้ไปเป็นนักเขียนไร้เงาแทนคนอื่นๆ (ghost writer) และหลายครั้ง องค์กรก็มักจะให้พีอาร์เอเจนซี่สร้างสรรค์ประเด็นใหม่ๆ เพิ่มเติมนอกเหนือเวลางานปกติ (overtime) เพื่องานที่เร่งด่วน

ดังนั้น สิ่งหนึ่งที่พีอาร์เอเจนซี่จะต้องมีแน่นอนคือ การเป็นนักสร้างสรรค์ประเด็นข่าว เลือกใช้ภาพที่น่าสนใจถูกลิขสิทธิ์ เนื้อหาที่สอดคล้องกับช่องทางสื่อสารและกลุ่มเป้าหมาย

4. การบริหารวิกฤต

นักพีอาร์เอเจนซี่ จะต้องเป็นคนที่มีศักยภาพและความพร้อมรับมือกับวิกฤตได้โดยไม่วิตกและฉับไว ดังที่หลายเรียกว่า“built-in expertise”

การใช้งานพีอาร์เอเจนซี่ จะทำให้การจัดการปัญหาได้รวดเร็วกว่า เพราะมีทีมที่คอยสนับสนุน ช่วยเหลือ เพราะเมื่อวิกฤตเกิดขึ้น จะต้องใช้ทีมที่ความพร้อมช่วยกันรับมือกับปัญหาในแต่ละด้าน รวมทั้งมีประสบการณ์มาก่อนก็จะช่วยให้การจัดการนั้นดียิ่งขึ้น ซึ่งการใช้พีอาร์ในองค์กรก็สามารถทำได้เช่นกัน แต่สิ่งหนึ่งที่มักจะทำให้ไม่สามารถจัดการได้เร็วนั่นคือ การรวบรวมทีมงานมาช่วยกันรับมือหรือจัดการปัญหานั่นเอง

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พีอาร์เอเจนซี่จะมีความสัมพันธ์กับนักข่าวหลากหลาย และมักจะติดต่อกันอยู่อย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้งานนั้นง่ายขึ้น

แต่ไม่ใช่ว่าพีอาร์องค์กรจะไม่มีความสัมพันธ์กับนักข่าวนะ

พีอาร์ในองค์กรไม่เพียงแต่จะต้องรีบติดต่อกับผู้บริหารระดับสูงเพื่อหาแนวทางจัดการกับปัญหาวิกฤตและขออภัยเท่านั้น จะต้องเข้าใจสถานการณ์โดยรวมอย่างถ่องแท้เช่นกัน ซึ่งสิ่งนี้เอง จะเป็นจุดเด่นของพีอาร์ในองค์กร เนื่องจากมีความเข้าใจ เข้าถึง และสามารถอธิบายสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นได้อย่างชัดเจน

แต่เมื่อใดละ จะใช้พีอาร์องค์กรหรือพีอาร์เอเจนซี่ ระลึกไว้เสมอว่า หากองค์กรไม่มีทีมที่พร้อมจะรับมือประสานงานกับกลุ่มบุคคลต่างๆ ทั้งในระดับชาติและนานาชาติ ก็ควรจะให้พีอาร์เอเจนซี่เข้ามาช่วย

5. ติดตามเทรนด์ใหม่ๆ เสมอ

พีอาร์ในองค์กรควรจะติดตามเทรนด์ใหม่ๆ อยู่เสมอสำหรับธุรกิจตนเอง และนำมาสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายอยู่เสมอ เพราะสิ่งนี้เอง จะช่วยสร้างจุดเด่น จุดแข็ง สร้างกระแสในโลกออนไลน์ให้กับองค์กรได้เป็นอย่างดี

ในองค์กรขนาดไม่ใหญ่มาก การจ้างพีอาร์เอเจนซี่ก็จะดูแพงเกินไป ดังนั้น การเลือกหา freelance ก็จะเป็นการเริ่มต้นที่ดี โดยให้ freelance PR คนนั้น สร้างทีม inhouse PR ขึ้นต่อไป

แต่จำไว้เสมอว่า ไม่มีคำว่า  “one size fits all” สำหรับการทำงานของ in-house PR และ  PR agency บางครั้งในบางงานก็อาจจะต้องการสิ่งใหม่ๆ การทำงานกับคนใหม่ๆ แนวคิดใหม่ๆ ก็จำเป็น

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s