เทคนิคการสื่อสารบริหารความขัดแย้ง ตอนที่ 2/4 สำเนียงส่อภาษา กริยาส่อสกุล

เคยรู้สึกไหม บางครั้ง เมื่อพบใครบางคน แม้นยังไม่ได้เอ่ยวาจา ก็รู้สึกไม่ชอบสีหน้า หรือไม่พอใจแล้ว หรือเคยหรือไม่ ได้มีโอกาสพูดคุยทักทายกับใครบางแล้ว กลับรู้สึกไม่ถูกชะตา และเกิดความรู้สึกอึดอัดและไม่สะดวกใจที่จะพูดคุยกันต่อไป สิ่งต่างๆ เหล่านี้ เกิดขึ้นจากการสื่อสารใน 2 ประเภทสำคัญ ที่หลอมหลวมเป็นข้อความที่แต่ละฝ่ายได้สื่อสารถึงกัน นั่นคือ 

การสื่อสารอวัจนภาษา อันได้แก่ ทุกสิ่งทุกอย่างที่เราได้กระทำขึ้นโดยก่อให้เกิดความหมายหรือเกิดการเปลี่ยนแปลงทางความหมาย โดยไม่ใช้ภาษาพูดหรือถ้อยคำใดๆ เช่น

  1. การเลือกใช้สีในการสื่อความหมาย เช่น สีแดง สีเหลือง ในการเมือง หรือ ระยะห่างในการสื่อสารระหว่างผู้พูดกับผู้ฟัง

  2. ระยะห่างที่เหมาะสม สำหรับการทักทาย ยกมือไหว้ในการเข้าสังคม นั่นคือ 2 เมตร และระยะห่างที่เหมาะสมในการพูดคุยกับบุคคลที่มิได้สนิทสนมเป็นการส่วนตัว ควรอยู่ในระยะห่าง 1 เมตร กรณีที่ต้องการเข้าไปในระยะใกล้ควรจะกล่าวขออภัยหรือขอโทษทุกครั้ง เพราะในระยะใกล้น้อยกว่า 1 เมตร จะเป็นระยะที่แต่ละบุคคลรู้สึกถึงความเป็นพื้นที่ส่วนตัว เว้นเสียแต่บุคคลที่สนิทสนมเท่านั้น ที่จะสามารถมาเข้าใกล้ในระดับนี้ได้ ลองสังเกตุตนเองดูเมื่อมีผู้ที่ไม่สนิทหรือไม่รู้จักเข้ามาในระยะใกล้กว่า 1 เมตร เราจะเริ่มรู้สึกถึงความไม่สะดวกหรือสบายใจ ดังนั้น ทุกครั้งที่จะเกิดการสื่อสารควรพิจารณาถึงความเหมาะสมของการสื่อสารอวัจนภาษานี้ด้วย

  3. หรือ อีกส่วนหนึ่งที่สำคัญคือ ส่วนที่มากับถ้อยคำหรือคำพูด ได้แก่ น้ำเสียง หางเสียง อากัปกริยา วรรคตอนของคำพูด ก็เป็นส่วนประกอบสำคัญที่ก่อให้เกิดความหมายที่แตกต่างออกไป

การสื่อสารวัจนภาษา ได้แก่ ภาษาพูด และภาษาเขียน สิ่งที่เราใช้ในการสื่อสารด้วยถ้อยคำภาษาใดภาษาหนึ่งนั่นเอง การใช้ภาษาพูดและภาษาเขียนนี้คงต้องอาศัยองค์ประกอบหลากหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความรู้ ความเข้าใจ ประสบการณ์ในเรื่องที่จะสื่อสาร แต่สิ่งหนึ่งที่นักสื่อสารจะสามารถให้คำแนะนำได้ว่าจะสื่อสารอย่างไรในให้ประสบความสำเร็จ ไม่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง แต่สร้างสัมพันธภาพอันดีให้เกิดขึ้น มีเทคนิคง่ายๆ เพียง 5 ประการหลัก ได้แก่

  1. การสื่อสารที่ดีนั้น ควรเป็นการสื่อสารระหว่างบุคคล ได้แก่การพูดคุยกันต่อหน้า ตัวต่อตัว นักวิชาการสื่อสารยังไม่ยอมรับการสื่อสารผ่านโทรศัพท์หรือเครื่องมือสื่อสารว่าเป็นการสื่อสารระหว่างบุคคล เพราะการสื่อสารลักษณะดังกล่าว ผู้รับฟัง จะไม่สามารถเห็นอากัปกริยาหรือท่าทีของอีกฝ่ายหนึ่งได้

  2. การสื่อสารที่ดีนั้น ควรเป็นการสื่อสารสองทาง หมายถึง ทั้งสองฝ่ายที่จะสื่อสารกัน ควรเปิดโอกาสให้แต่ละฝ่าย หรือ คู่สนทนาได้มีโอกาสแสดงความคิด ความเห็น หรือตอบสนองต่อเนื้อหาถ้อยความที่เกิดขึ้นด้วย

  3. การสื่อสารที่ดีนั้น ควรจะใช้การสื่อสารทั้งในแบบอวัจนภาษาและวัจนภาษาให้สอดคล้องกัน เพื่อแสดงถึงเจตนารมย์หรือตอกย้ำเนื้อหาความหมายต่างๆ ให้อีกฝ่ายหนึ่งเกิดความรู้ ความเข้าใจที่ชัดเจน ตลอดจนเป็นการแสดงถึงความคิด ความรู้สึกที่แท้จริงต่อเนื้อหา ซึ่งจะช่วยสนับสนุนข้อความผ่านความรู้สึกเชิงอารมณ์ได้อีกด้วย

  4. การสื่อสารที่ดีนั้น ควรมีลักษณะของ การโน้มน้าวใจ เพื่อให้ผู้รับฟัง เกิดความรู้สึกคล้อยตามอย่างมีเหตุผล อันนำไปสู่การยอมรับที่แท้จริง

  5. เทคนิคการสื่อสารเพื่อบริหารความขัดแย้งที่สำคัญ คือ การเจรจาต่อรอง โดยใช้แนวคิด win win หมายความถึง ต่างฝ่ายต่างรู้สึกถึงประโยชน์ที่ตนเองจะได้รับ โดยมิให้อีกฝ่ายเกิดความรู้สึกถึงการเสียเปรียบ

จากแนวคิดและหลักการข้างต้น ดูเหมือน 3 ประการแรกนั้นจะสามารถดำเนินการได้โดยง่าย และเป็นหลักสื่อสารที่ทุกคนรู้สึกคุ้นเคยอยู่แล้ว แต่เทคนิคสำคัญ 2 ประการหลังที่อยากจะขอเน้นย้ำคือ การโน้มน้าวใจ และการเจรจาต่อรอง คิดว่า น่าจะเป็นสิ่งที่ผู้สื่อสาร ควรจะได้รับการพัฒนาและนำไปประยุกต์ปรับใช้ได้ต่อไป

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s