7 ข้อ หากมีครบ ข่าวแจก คุณลงถังขยะแน่นอน

ปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์ บริการ บุคคล ดารา เกิดใหม่ขึ้นทุกวัน ทำให้นักสื่อสารทำงานยากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ ชีวิตไม่สวยหรูอีกต่อไป การทำงานของเราจึงต่อสร้างความแตกต่างมากขึ้น และมากยิ่งๆ ขึ้น เพื่อให้โดดเด่นออกมาจากกองข่าวที่สูงท่วมล้น ศิลปะการเขียน จึงเป็นหัวใจหลักที่จะทำให้การสื่อสารผ่านช่องทางสื่อสารแบบเดิมและแบบใหม่ได้สัมฤทธิ์ผล การเรียนรู้และผสมผสานความคิดกลายเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้ประสบความสำเร็จ แต่สิ่งที่กำลังจะนำเสนอต่อไปนี้ เป็นสิ่งที่ควรพึงระวัง เพราะหากทำเช่นนี้ มั่นใจได้เลยว่า ข่าวแจก ขององค์กร คงได้ไปกองอยู่ในถังขยะเป็นแน่

สื่อสังคมออนไลน์อาจจะเป็นช่องทางสื่อสารใหม่ในการเผยแพร่แนวคิด ไอเดีย และเจาะไปยังกลุ่มเป้าหมายที่เฉพาะเจาะจง แต่ข่าวแจกยังคงมีอิทธิพลต่อช่องทางการสื่อสารแบบเดิม และสามารถใช้ควบคู่ไปกับช่องทางสื่อสารใหม่ได้ด้วย

1. ไม่สนใจกลุ่มผู้อ่าน เขียนไปแล้วไม่รู้ว่าใครควรอ่าน อย่างนี้ โดนแน่!

กลุ่มแรกที่ควรให้ความสนใจก็คือ นักข่าว ดูสินักข่าวเขาอยากได้ข่าวแบบไหน

กลุ่มสองได้แก่ บรรณาธิการข่าว กำลังมองหาข่าวแบบไหนอยู่

หากคุณไม่สามารถตอบสนองความต้องการสองกลุ่มนี้ได้ เป็นอัน “จบข่าว”

2. ไม่มีอะไรใหม่ เล่าแต่เรื่องเดิมๆ เป็นธรรมชาติของนักข่าว ต้องการอะไรที่สด และใหม่ เสมอ

การบอกเล่าเรื่องราวใหม่ๆ คุณสมบัติใหม่ นำเสนอเทรนด์ที่จะเปลี่ยนชีวิตผู้บริโภคของคุณ นี่ละ คือสิ่งใหม่ แต่หากคุณยังหลงเวียนวนอยู่ในเรื่องเดิม ของเดิม ทำเหมือนกันทุกปี ไม่มีอะไรใหม่ๆ ก็จงทำใจไว้เลยว่า ข่าวของคุณก็คงจะไม่มีวันได้ลง ข่าว หรอก เพราะว่า มัน ไม่เคยเป็น ข่าว อยู่แล้ว

3. ไม่เคยทิ้งทีเด็ดไว้ให้สงสัยหรือติดตาม การเล่าเรื่องแบบทั่วไป ไม่มีอะไรหวือหวา ไม่เคยเจาะจงไปยังคุณสมบัติใด คุณสมบัติหนึ่งที่เป็นพิเศษให้ นักข่าว “ว้าว” เมื่อเขาไม่ “ว้าว” เราก็ จบเห่

4. ไม่เล่าเรื่อง ใส่ข้อมูลแบบ bullet points ไม่บอกเหตุแห่งผล ที่มาที่ไป ความสำคัญ หรือเรียงลำดับความคิดความเป็นมาให้แก่นักข่าวต่อเรื่องนั้นๆ สิ่งนี้ละ ทำให้นักข่าวทำงานหนักมากๆ เพราะไม่มีรู้จะร้อยเรียงเรื่องราวให้เราอย่างไร เพราะงานนักข่าวหนักขึ้น โอกาสที่จะหยิบเรื่องเราก็น้อยลงนะ

5. ฝังข้อความหลักหรือไฮไลท์ของเรื่องราวไว้ลึกเกินจนยากแก่การค้นหา หากนึกไม่ออกจะเอาไฮไลท์ไว้ตรงไหน ก็ย่อหน้าเสียเลย จะได้เตะตาต้องใจนักข่าวทันที อย่ามัวแต่พร่ำพรรณนาจนข้อความหรือใจความสำคัญของเรื่องนั้นสูญสลายไป

6. ใช้เข้าไป คำศัพท์เฉพาะ แสดงภูมิรู้ของคนเขียนมากๆ จำไว้เสมอ ประเภทศัพท์เฉพาะเข้าใจเฉพาะในวงการใดวงการหนึ่ง อย่าใช้ หากจำเป็นต้องใช้ ก็มีคำขยายหรืออธิบายสั้นๆ ติดไปด้วย เพราะหากยากเกินความเข้าใจ การตีความอาจผิดพลาด สุดท้ายจะส่งผลให้การนำเสนอข่าวสารของเรานั้นสั้นลงไปด้วย เพราะนักข่าวอาจไม่เข้าใจ จึงลดทอนเนื้อหาลง

7. ไม่เคยใส่ใจในวัฒนธรรมท้องถิ่นหรือธรรมเนียมปฏิบัติของสื่อในพื้นที่นั้น กรณีนี้หากจะยกตัวอย่างให้ชัดเจนก็คือ ในบางประเทศอย่างจีน การเขียนหรือส่งข่าวไปยังสื่อท้องถิ่น จะต้องถูกการเซ็นเซอร์โดยรัฐบาล ดังนั้น บรรณาธิการข่าวจะกลั่นกรองเนื้อหาภายใต้กรอบที่รัฐกำหนดอย่างเคร่งครัด หรือการนำเสนอเนื้อหาข่าวในบางธุรกิจในประเทศไทย อย่างธุรกิจยา ซึ่งมีกฎหมายและข้อห้ามหลายประการ นักสื่อสารจำเป็นต้องเรียนรู้และทำความเข้าใจในการเขียนข่าวเป็นอย่างดี เช่น ห้ามใช้แพทย์เป็นผู้นำเสนอข่าว ห้ามเผยแพร่ภาพ pack shot ของผลิตภัณฑ์ยา หรือ ห้ามโอ้อวดสรรพคุณเกินความเป็นจริง ห้ามโฆษณาตราสินค้าหรือยี่ห้อ เป็นต้น จึงเป็นหน้าที่ที่นักสื่อสารต้องทำความเข้าใจในธรรมเนียมปฏิบัติ จนถึงกฎหมายให้ชัดเจน

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s