ของขวัญจากคำสอนพ่อ สู่ความพอที่ยั่งยืน

ตลอดการครองราชย์สมบัติระยะเวลากว่า 70 ปีของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช หรือ “พ่อหลวง” ของพสกนิกรชาวไทย ท่านได้ทรงทิ้งมรดกทางปัญญาไว้ให้ประชาชนชาวไทยมากมายนานัปการ ผ่านโครงการในพระราชดำริ และพระราชดำรัสซึ่งเป็นแนวทางที่จะพัฒนาสังคมได้อย่างยั่งยืนอย่างรอบด้าน ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม สาธารณสุข การศึกษา สิ่งแวดล้อม รวมไปถึงการให้ความสำคัญต่อการพัฒนาศักยภาพผู้พิการให้พึ่งพาตนเอง และมีความสามารถทำงานสร้างรายได้

12พระราชดำรัสของพ่อหลวง ถือเป็นแนวทาง และหลักคิดที่พสกนิกร และอีกหลากหลายองค์กรได้น้อมนำไปปรับใช้เพื่อให้เกิดผลอันเจริญก้าวหน้า “มูลนิธิพีแอนด์จีประเทศไทยเพื่อสังคม” และ “บริษัทพรอคเตอร์ แอนด์ แกมเบิล เทรดดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด” ก็เป็นอีกหนึ่งหน่วยงานที่ได้น้อมนำเอาแนวพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมาปรับใช้ในการดำเนินงานองค์กร และยังได้ส่งต่อสิ่งที่ดีกลับคืนสู่สังคมดังวิสัยทัศน์ของบริษัทที่จะ “มุ่งมั่นพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีในทุกวัน” ผ่านโครงการเพื่อสังคมหลากหลายโครงการโดยเน้นหนักในกลุ่มเด็ก สตรี และผู้ด้อยโอกาสทางสังคม เพื่อให้เกิดความตระหนักรู้ถึงความเท่าเทียมกันในสังคม

9“โครงการสนามเด็กเล่นรีไซเคิล 88 สนาม เฉลิมพระเกียรติ 88 พรรษา” เพื่อเด็กพิเศษ ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ถือเป็นอีกหนึ่งโครงการสำคัญที่ทางมูลนิธิพีแอนด์จีฯ ได้น้อมนำเอาพระราชดำรัสทั้งในเรื่องที่เกี่ยวกับผู้พิการ สิ่งแวดล้อม และปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงนำมาร้อยเรียง สอดประสาน กลายเป็นโครงการดังกล่าว โดยแรกเริ่มจากโครงการของขวัญ “สีเขียว” เพื่อการเรียนรู้ (Green Gift of Learning) ซึ่งได้ส่งมอบสนามเด็กเล่นรีไซเคิลแห่งแรกของประเทศไทย ณ โรงเรียนสุพรรณบุรีปัญญานุกูล ก่อนที่จะต่อยอดเป็นโครงการ

7“โครงการสนามเด็กเล่นรีไซเคิล 88 สนาม เฉลิมพระเกียรติ 88 พรรษา” โดยมีจุดประสงค์เพื่อเสริมสร้างพัฒนาการทั้งทางด้านร่างกาย อารมณ์ และความมั่นใจในตนเอง ให้แก่เด็กที่มีความต้องการพิเศษ รวมทั้งส่งเสริมความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการรีไซเคิลตามหลักแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง ปลุกจิตสำนึกการอนุรักษ์ธรรมชาติ นอกจากนี้ยังช่วยเสริมสร้างความร่วมมือของสังคมให้ตระหนักถึงการให้โอกาสปกป้องสิทธิเด็ก และไม่เลือกปฏิบัติ โดยทางมูลนิธิพีแอนด์จีฯ ได้ตั้งเป้าหมายการส่งมอบทั้งหมด 88 สนาม ภายในปี 2560 แต่ด้วยความร่วมมือของพันธมิตรทั้งจากภาครัฐ และเอกชนทำให้โครงการดังกล่าวสามารถสำเร็จลุล่วงได้ก่อนกำหนดถึง 1 ปี และได้ส่งมอบสนามเด็กเล่นรีไซเคิลสนามที่ 88 ณ โรงเรียนปัญญาวุฒิกร กรุงเทพมหานครเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

2สนามเด็กเล่นพลาสติกรีไซเคิลจากขวดแชมพูของแบรนด์ผลิตภัณฑ์พีแอนด์จี อาทิ แพนทีน เฮดแอนด์โชว์เดอร์ รีจอยส์ และเฮอร์บัล เอสเซ้นส์ โดยพลาสติกที่สามารถนำมาใช้ใหม่นี้เป็นชนิดโพลิเอทธิลีนความหนาแน่นสูง (High density polyethylene, HDPE)มีคุณสมบัติที่สามารถรักษาสภาพได้ดี มีความปลอดภัย ไม่ไวต่อสารเคมี ยืดหยุ่น ต้านทานแรงต่างๆโดยตลอดโครงการได้ใช้ขวดบรรจุภัณฑ์ที่ไม่ใช้แล้ว 30 ตัน นำมาผ่านกระบวนการรีไซเคิลสร้างเป็นสนามเด็กเล่นรีไซเคิล ซึ่งนอกจากจะช่วยลดมลภาวะจากการกำจัดขยะแล้ว ยังเป็นการสร้างเพิ่มมูลค่าจากขยะบรรจุภัณฑ์ได้มากกว่า 50 เท่า ซึ่งสนามเด็กเล่นถูกออกแบบมาเสริมสร้างพัฒนาการต่างๆ สำหรับเด็กทั้งปกติ และ มีความพิการ ตามความเหมาะสมของช่วยวัย มีรูปทรงและสีสันสดใส โดยทุกองค์ประกอบถูกควบคุมและดูแลให้ได้มาตรฐานสากลจากผู้ผลิตและผู้เชี่ยวชาญ เพื่อความปลอดภัยของเด็กอันเป็นสำคัญ ซึ่งจะช่วยพัฒนาเด็กได้ในหลากหลายทางทั้งด้านร่างกาย การมองเห็น ความคิด และจิตใจได้เป็นอย่างดี

13จากคำกล่าวของ “ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล” ประธานที่ปรึกษากิตติมศักดิ์มูลนิธิการจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืน (3 อาร์) ที่ได้กล่าวไว้เมื่อครั้งพิธีเปิด “โครงการสนามเด็กเล่นรีไซเคิล 88 สนาม เฉลิมพระเกียรติ 88 พรรษา” ณ พิพิธภัณฑ์เด็กกรุงเทพมหานครความว่า “สนามเด็กเล่นรีไซเคิลนี้ ถือเป็นของขวัญแด่พระเจ้าอยู่หัวที่ประเสริฐที่สุด และท่านคงจะดีพระทัยไม่น้อย ที่ของขวัญเหล่านี้จะได้กลับคืนประโยชน์สู่สังคม” ซึ่งมูลนิธิพีแอนด์จีประเทศไทยเพื่อสังคม และบริษัทพีแอนด์จี รวมทั้งภาคีพันธมิตรได้มุ่งมั่นส่งมอบสนามเด็กเล่นรีไซเคิลจนครบ 88 สนาม โดยได้มอบสนามที่ 88 ร่วมกับกรมโรงงานอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม ณ โรงเรียนปัญญาวุฒิกร เมื่อต้นเดือนธันวาคมที่ผ่านมา โดยคาดว่ามีเด็กที่มีความต้องการพิเศษไม่น้อยกว่า 20,000 คนจะได้รับประโยชน์จากโครงการนี้ จากผลการประเมินความพึงพอใจจากผู้ใช้งานโดยครู และผู้ปกครองของโรงเรียนต่างๆที่ได้รับมอบสนาม พบว่ามีคะแนนความพึงพอใจโดยรวมต่อโครงการนี้ ในระดับมากถึงมากที่สุดถึงร้อยละ 96

5จากพระราชดำรัสของ “พ่อหลวง” สู่โครงการเพื่อสังคมที่ช่วยยกระดับความเท่าเทียม และยังเป็นการปลูกฝังค่านิยม ’พอเพียง’ ผ่านกระบวนการรีไซเคิลแก่ประชาชนให้รู้จักเห็นค่าของสิ่งของ แม้จะเป็นสิ่งเหลือใช้ ก็สามารถนำกลับมาก่อเกิดมูลค่าได้อย่างมหาศาล ซึ่งนอกจากจะเป็นการคืนประโยชน์ให้กับสังคมในแบบรูปธรรมแล้ว ยังเป็นการกระตุ้นให้ผู้คนในสังคมเกิดความตระหนักรู้ที่จะช่วยกันพัฒนาสังคมให้มีความสุขอย่างยั่งยืนได้อีกด้วย

มูลนิธิพีแอนด์จีประเทศไทยเพื่อสังคม และบริษัทพีแอนด์จีประเทศไทยขอยืนหยัดที่จะน้อมนำพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระประมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมาใช้เป็นแนวทางในการดำเนินงานทั้งในทางธุรกิจ และการช่วยเหลือสังคม และจะขอเป็นอีกหนึ่งแรงที่จะร่วมสร้างสังคมแห่งการให้โอกาส เกิดความเท่าเทียม และมีความสุขอย่างยั่งยืนสืบต่อไปในอนาคต

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s