สื่อสารอย่างไรในประเทศจีน หนีห่าว คอมมิวนิเคชั่นส์ ตอนที่ 1/2

ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา กระแส หนีห่าว มาร์เก็ตติ้ง จากผลการวิจัยของมหาวิทยาลัยมหิดล เป็นที่โด่งดังในสื่อทั้งออนไลน์และออฟไลน์ งานนี้ขอเกาะกระแส แต่จะมาเล่าในอีกมุมหนึ่ง หากนักสื่อสารและประชาสัมพันธ์ต้องการไปสื่อสารในประเทศจีน เจาะกลุ่มเป้าหมายที่นั่น  ควรทำอย่างไร ศึกษาอะไรบ้าง PR Matter ได้มีโอกาสฟัง Mr. Yujie Chen, Senior Vice President – PR Newswire จึงขอมาแบ่งปันให้ฟังดังนี้

หลายคนคงได้ฟังข่าวทั้งจาก รายการเดินหน้าประเทศไทย และรายการข่าวจากสถานีต่างๆ แล้วว่า ตอนนี้ ประเทศไทยกำลังพัฒนาตนเองในหลายด้านทั้งด้านการขนส่ง การเป็นศูนย์กลางการค้า โดยภาครัฐทุ่มงบประมาณมากกว่า 895 พันล้านบาท ในการพัฒนาระบบสาธารณูปโภค โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เส้นทางรถไฟระหว่างไทยและจีน 800 กิโลเมตร ที่จะพลิกระบบการค้าและการขนส่ง ทำให้ไทยสามารถขนส่งสินค้าไปยังยุโรป โดยใช้ระยะเวลาเพียง 12 วัน

โอกาสของนักธุรกิจไทยในตลาดจีน

สามารถแบ่งได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่ ได้แก่

  1. ตลาดท่องเที่ยว
  2. ตลาดอีคอมเมิร์ซ

ด้านตลาดท่องเที่ยว

ข้อมูลจากสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) ระบุว่า ปีนี้จะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติมาไทยราว 33.73-34.39 ล้านคน เติบโต 3.75-5.78% จากปีก่อน ซึ่งในปีที่ผ่านมา 1 ใน 3 ของนักท่องเที่ยวต่างชาติ เป็น “นักท่องเที่ยวจีน”

โดยค่าใช้จ่ายต่อหัวต่อทริปเฉลี่ย 1,290 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 44,xxx บาท

โอกาสที่น่าสนใจคือ การสื่อสารเพื่อแนะนำเส้นทางท่องเที่ยวใหม่ๆ ให้แก่ตลาดชาวจีน นอกเหนือจากกรุงเทพฯ พัทยา ยังมีอีกหลายเส้นทาง และรูปแบบการท่องเที่ยว

รวมทั้งการจับตลาด High-End ของชาวจีน แนะนำเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์หรือบริการที่จะช่วยส่งเสริมให้เกิดการจับจ่ายมากขึ้นก็เป็นที่น่าสนใจ

ด้านตลาดอีคอมเมิร์ซ

ประเทศไทยส่งออกผลิตภัณฑ์มากกว่า 70% ของ GDP ในกลุ่มคอมพิวเตอร์และชิ้นส่วน ยานยนต์และชิ้นส่วน อุปกรณ์ไฟฟ้า ผลิตภัณฑ์การเกษตร อย่างข้าวและยางพารา โดย 3 กลุ่มประเทศขนาดใหญ่ที่ไทยส่งออกไปมากถึง 31% ได้แก่ จีน (12%) อเมริกาและญี่ปุ่น

สำหรับตลาดอีคอมเมิร์ซ ปีที่ผ่านมา อาลีบาบาได้ลงทุนใน Lazada และศูนย์กลางระบบขนส่งโลจิสติกส์ เพื่อเพิ่มช่องทางในการเข้าถึงได้มากขึ้น

ที่สำคัญ นักช้อปออนไลน์ชาวจีน นิยมซื้อผลิตภัณฑ์จากต่างประเทศ สูงถึง 50%

นอกจากนี้ ยังมีอุตสาหกรรมอื่นๆ ที่ชาวจีนสนใจในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็น อสังหาริมทรัพย์ ท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ การประชุมและแสดงสินค้า รวมถึง ธุรกิจการศึกษา

ภาพรวมสื่อในประเทศจีน (China’s Media Landscape)

สื่อในจีนมีหลากหลายและจำนวนมากจำแนกตามพื้นที่ และยังถูกควบคุมโดยรัฐบาลจีน

  • หนังสือพิมพ์ 1,900 ฉบับ
  • นิตยสารมากกว่า 5,000 ฉบับ
  • โทรทัศน์ 3,300 ช่อง
  • สถานีวิทยุ 2,600 ช่อง

แต่การเข้ามาของสื่อออนไลน์ทำให้ชาวจีนสามารถเข้าถึงได้มากขึ้น ไม่มีข้อจำกัดด้านภูมิศาสตร์ และการพัฒนาด้านเทคโนโลยีทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงมากขึ้น และเป็นสิ่งที่ท้าทายชาวไทยที่จะไปสื่อสารในประเทศจีน

แม้ว่า ปัจจุบัน ชาวจีนจะสามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้มากขึ้นแล้ว แต่ก็ยังนิยมบริโภคสื่อเป็นภาษาจีนอยู่ ซึ่งอาจเป็นความท้าทายของนักธุรกิจไทยที่ต้องการเจาะตลาดจีน แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือ ข้อมูลข่าวสารทั้งหมด ยังคงต้องเซ็นเซอร์โดยรัฐบาลจีน ซึ่งมีความเข้มงวดมาก

สื่อออนไลน์ไหนที่ Hot และ Hit ในกลุ่มชาวจีน

  1. Facebook ไม่ต้องหาในจีน เพราะเขานิยมใช้ Weibo
  2. Line ไม่ต้องพูดถึงในจีน เพราะเขาใช้กันแต่ WeChat ปัจจุบัน เติบโตมากขึ้นด้วย เพราะชาวจีนนิยมซื้อและจับจ่ายสินค้าและบริการผ่าน WeChat เพิ่มขึ้น
  3. WeMedia เป็น platform สำหรับสร้าง blog ใน Weibo ผสมผสานกับคุณสมบัติที่เหมือนกับ Twitter เป็นที่นิยมเช่นกัน
  4. Google อาจต้องลืมไปได้เลย เพราะเขาใช้ Baidu

นอกจากนี้ นวัตกรรมใหม่ๆ ที่ตื่นตาตื่นใจของนักท่องเน็ตชาวจีนได้แก่ VR/AI, Live Stream, และวิดีคลิปสั้นๆ หากจะเข้าไปมัดใจคนจีน จำเป็นต้องศึกษาวิธีการและรูปแบบของเทคโนโลยีเหล่านี้ไว้ด้วย

ปัจจุบัน ชาวจีนอยู่บนโลกออนไลน์มากถึง 730 ล้านคน ถือได้ว่ามีประชากรบนโลกออนไลน์มากที่สุดในโลก

สื่อออนไลน์เข้ามาลดบทบาทของสื่อดั้งเดิมลงไปหลายลักษณะ นับตั้งแต่

  • งบโฆษณาบนสื่อสิ่งพิมพ์ลดลงปีละ 20% ต่อเนื่องมาแล้ว 3 ปี
  • ชาวจีนดูโทรทัศน์ลดลง และ 26% เลือกดูเฉพาะรายการที่มีเนื้อหาสาระโดนใจ
  • ชาวเน็ตจีนใช้เวลาดูวิดีโอออนไลน์เฉลี่ยวันละ 90 นาที

 

 

 

 

การใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ กลายเป็นปัจจัย 4 สำหรับชาวจีน

  • 90% ของชาวจีนใช้อินเตอร์เน็ตผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่
  • ทุกคนมี Application สำนักข่าว 50 ช่อง แบ่งเป็นช่องสำนักข่าว และช่องข่าวที่ดำเนินงานโดยรัฐบาลจีน
  • รูปแบบข่าวของแต่ละสำนัก จะเป็น สรุปข่าว
  • Application ข่าวยอดนิยมในปัจจุบันคือ Toutiao มีผู้ใช้งานมากถึง 150 ล้านราย มีจำนวนเรื่องราวมากกว่า 200,000 เรื่องจากแหล่งข่าว 4,000 แหล่ง
  • การซื้อขายผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่ กำลังเติบโตอย่างมาก และเป็นที่นิยมเพิ่มมากขึ้น

มารู้จักสื่อออนไลน์ยอดนิยมของจีนกันสักเล็กน้อย

Weibo มีชาวจีนที่ใช้อยู่เป็นประจำมากถึง 313 ล้านราย (ณ ไตรมาส 1 ของปี 2560) 90% ใช้ผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่ และเช่นเดียวกับการปรับปรุง facebook สู่เส้นทางสร้างรายได้ Weibo ก็พัฒนาไปในทิศทางเดียวกัน ทำให้การรับรู้ของผู้บริโภคลดน้อยและการสร้างเนื้อหาเริ่มยากขึ้น

WeChat มากถึง 50% ชาวจีนใช้เป็นประจำทุกวัน ใช้เป็นทั้ง sms โทรศัพท์ และวิดีโอแชท รวมทั้งมักแชร์ Moments ให้เพื่อนๆ ในเครือข่ายได้รับรู้กัน หน่วยงานและองค์กรใช้ Subscription accounts เป็นช่องทางในการรับข้อมูลและข่าวสาร รวมทั้งในการขายสินค้าด้วย

Baidu มีการค้นหามากถึง 6 พันล้านครั้งต่อวัน 80% ใช้ในการค้นหาข่าวสารและข้อมูล เป็นที่นิยมใช้มากถึง 70% ในเครื่องมือค้นหาจากทั่วโลก รวมทั้งมีคนเข้าเว็บไซต์มากเป็นอันดับ 4 ของโลก โดยให้บริการค้นหาข่าว Baike (สารานุกรมของจีน หรือ wikipedia ที่เรารู้จักนั่นเอง) Wenku (บริการแชร์ไฟล์ แบ่งปันข้อมูล บางรายการเสียค่าบริการ) Teriba (แหล่งรวม forum ที่น่าสนใจตามกลุ่มต่างๆ ทั้งหนัง ละคร หนังสือ เพลง อารมณ์ประมาณ pantip บ้านเราก็ว่าได้) Zhidao (เว็บถามตอบ ใครมีเรื่องสงสัยก็มาโพสต์ถาม แล้วผู้ใช้งานท่านอื่นก็จะมาตอบคำถาม โดยมีรางวัลเป็นสิ่งตอบแทน)

อ่านมาถึงบรรทัดนี้แล้ว นักสื่อสารคงพอจะมีความเข้าใจในการสื่อสารในประเทศจีนบ้าง แล้วพรุ่งนี้ จะมาแนะนำต่อว่า ควรจะสื่อสารอย่างไร จึงจะประสบความสำเร็จในประเทศจีน

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก PR Newswire, Cision, ธนาคารไทยพาณิชย์ และการประชุมหัวข้อ Catching Global PR Trend in Digital Era จัดโดย PR Newswire และ Infoquest

รวบรวมและเรียบเรียงโดย สราวุธ บูรพาพัธ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s