เปิดไอเดีย AD of Thrones ผลงานนักศึกษา ABAC

ใกล้จบการศึกษาหลายมหาวิทยาลัย ต่างงัดแคมเปญประลองไอเดียของกลุ่มนักศึกษา เพื่อเปิดโอกาสให้ได้ลองคิดและทำ ก่อนไปพบโลกแห่งความจริง คณะนิเทศศาสตร์ #มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ได้จัดแคมเปญที่น่าสนใจสำหรับกลุ่มนักศึกษาภาควิชาโฆษณา ภายใต้แนวคิด แผนงานสื่อสารการตลาดและตราสินค้า Advertising Workshop Showcase 2016: AD of Thrones

Advertising Workshop Showcase 2016: AD of Thrones ได้จำลองรูปแบบการทำงานในวงการโฆษณาแบบ Pitching ซึ่งมีตัวแทนจากผู้สนับสนุนตราสินค้าเป็นกรรมการตัดสินและคัดเลือกผลงานนักศึกษาทีมที่ดีที่สุด รวมทั้งมีตัวแทนจากบริษัทโฆษณาชื่อดังร่วมให้เกียรติในการรับฟังและให้คำแนะนำงาน ทั้งนี้กลุ่มที่ชนะจะได้รับประกาศนียบัตร จาก ผู้สนับสนุนตราสินค้าร่วมกับมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ

3 ตราสินค้าที่มาร่วมโครงการ AD of Thrones ในครั้งนี้ ได้แก่ Glendee, Yayoi และ Kidkid

แต่ละสินค้า (product) มีดินแดนของตนเอง ในแต่ละดินแดนก็มีตราสินค้ามากมาย การจะชนะใจลูกค้าและได้มาซึ่งบัลลังก์การสื่อสารนั้น ต้องอาศัยการเข้าใจและการทำการสื่อสารให้ตรงใจผู้บริโภค

 

ในปีนี้ทีมที่ชนะการประกวดแผนงานสื่อสารการตลาดและตราสินค้า

  1. สำหรับร้านอาหารญี่ปุ่น Yayoi ยาโยอิ ได้แก่ “ทีม Addicted” ภายใต้แนวคิด “Cook Count”
  2. ทีมที่ชนะการประกวดสำหรับผลิตภัณฑ์มันฝรั่งแท่งทอดกรอบเกลนดี้ ได้แก่ “ทีม A Hook” ภายใต้แนวคิด “มันมันส์แบบไม่มัน”
  3. และทีมที่ชนะการประกวดสำหรับผลิตภัณฑ์หมากฝรั่งคิดคิด ได้แก่ “ทีม Survivor” ภายใต้แนวคิด  “Classic Confident”

อาจารย์ จุฬามณี จันทรวรรณดี หัวหน้าภาควิชาการโฆษณา คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ กล่าวว่า “ธีมปีนี้คือ AD of Thrones ซึ่งสะท้อนถึงผลงาน และความคิด ของนักศึกษาที่เรียนและทำงานอย่างตั้งใจที่จะนำเสนอ เรื่องการสื่อสารทางการตลาดและกลยุทธ์ของการสร้างแบรนด์ให้แก่ลูกค้า โดยกลยุทธ์เหล่านี้เป็นประโยชน์สำหรับลูกค้าให้เป็นผู้นำทางการตลาดค่ะ”

รู้สึกดีใจที่ได้ทำงานกับนักศึกษามานานหลายเดือนและกับบางคนยาวนานหลายปี ในฐานะอาจารย์ อยากให้นักศึกษาตระหนักว่าชีวิตไม่ได้ง่ายดายและการที่จะประสบความสำเร็จในชีวิตนั้น ควรจะไม่ย่อท้อและจะต้องมีความคิดเชิงบวก การเรียนรู้คือการเก็บเกี่ยวประสบการณ์ในระยะยาวและปริญญาตรีไม่ใช่แค่การจดจำเนื้อหาในหนังสือหรืองานที่ได้รับมอบหมายเพียงเท่านั้น มันเปรียบเสมือนเป็นบทเรียนหนึ่งของชีวิตที่จะเตรียมตัวต่อความท้าทายมากมายในชีวิต

นางสาวศุภนิดา จรัสศรีวิสิษฐ์ ประธานนักศึกษาชั้นปีที่ 4 ภาควิชาโฆษณา กล่าวว่า งานในครั้งนี้เป็นงานที่โชว์ผลงานทั้งหมดตลอดทั้งปีที่ผ่านมาของนักศึกษาคณะนิเทศศาสตร์ ภาคโฆษณา มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ทุกผลงานล้วนผ่านการทุ่มเททั้งแรงกายและแรงใจจนเกิดเป็นผลงานที่ดีที่สุด ที่นักศึกษาทุกคนภาคภูมิใจนำเสนอ

Workshop และ Showcase สอนให้เราได้เรียนรู้อะไรหลาย ๆ อย่างเลยค่ะ ในเรื่องของการทำงาน โดยเฉพาะการทำงานเป็นกลุ่ม มันทำให้เรารู้ว่าการทำงานในสายโฆษณานั้นเราจะยึดความคิดตัวเองเป็นหลักและจะทำงานคนเดียวไม่ได้ เราต้องอาศัยทุกคนในกลุ่มช่วยกันในการขับเคลื่อนงานของเราให้บรรลุเป้าหมายที่วางไว้ ระหว่างทางมันอาจจะไม่ได้ราบรื่น เพราะความคิดเห็นของแต่ละคนอาจจะขัดแย้งและไม่ตรงกัน แต่ถ้าเราสามารถรับมือกับมันได้ และแก้ปัญหาเป็นเราก็พร้อมแล้วแหละค่ะที่จะออกไปเผชิญกับชีวิตการทำงานของจริง นอกรั้วมหาวิทยาลัย

นางสาวศุภนิดา กล่าวต่ออีกว่า “สำหรับเราแล้ว Workshop และ Showcase ก็เหมือนการแข่งเรือยาวค่ะ ที่ทุกคนบนเรือจะต้องช่วยกันพายอย่างขยันขันแข็ง เพื่อนำเรือลำของเราเข้าสู่เส้นชัยก่อนทีมอื่น หากมีใครคนหนึ่งในทีมหยุดพาย แน่นอนค่ะว่าเรือลำของเราก็จะแล่นช้าลง และสุดท้ายก็ต้องพ่ายแพ้ให้กับเรือลำที่ทุกคนช่วยกันพายไปข้างหน้าอย่างสามัคคี”

สำหรับทีมที่ชนะ นางสาวชลดา พิทักษ์กรณ์ ตัวแทนจาก “ทีม Addicted” พูดถึงที่มาของแนวคิดว่า “กลุ่มเราเน้นไปในด้านการเปลี่ยนมุมมอง และทัศนคติ ที่ผู้บริโภคมีต่อแบรนด์ ยาโยอิ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่อง ขั้นตอนการทำอาหาร ที่ยังไม่ได้มาตรฐานในสายตาผู้บริโภค และเรื่องที่ผู้บริโภคส่วนใหญ่ไม่ทราบว่า ยาโยอิ จริง ๆ แล้วเป็นแบรนด์ที่มาจากประเทศญี่ปุ่น เพื่อที่จะแก้ปัญหาในจุดนี้กลุ่มของเราจึงใช้ บิ๊กไอเดีย “Cook Count” เพื่อสื่อถึงเทคนิค และมาตรฐานการทำอาหารของยาโยอิ ที่ใช้เทคนิคการจับเวลา และด้วยแท็กไลน์ที่ว่า “เคล็บลับ จับเวลา จากญี่ปุ่น” เพื่อย้ำถึงต้นกำเนิดของแบรนด์ และเพิ่มความมั่นใจให้ผู้บริโภคอีกด้วย”  โดยนางสาวชลดา กล่าวถึงความรู้สึกที่ได้รับรางวัลว่า “รู้สึกดีใจค่ะ แต่คงจะพูดว่าหายเหนื่อยไม่ได้ เพราะกลุ่มอื่นก็ทำงานหนักเหมือนกัน สิ่งที่ทำให้กลุ่มของเราชนะ อาจจะเป็นเพราะความพอใจของลูกค้า หรือ ความเป็นไปได้ที่ลูกค้ามองเห็นจากแคมเปญ ซึ่งนั้นมันมีประโยชน์กับพวกเรามาก เพราะมันเพิ่มความมั่นใจ ว่า การทำงานของพวกเรานั้น มีความเป็นไปได้ที่จะนำไปใช้ในชีวิตจริง และนั้นมันมีความหมายกับการทำงานในอนาคตของพวกเรามากค่ะ”

 

นางสาวมนัญชยา วังศรี ตัวแทนจาก “ทีม A Hook” พูดถึงที่มาของแนวคิด “มันมันส์แบบไม่มัน” ว่า “จากการศึกษา Product insight และ consumer insight พบว่าผลิตภัณฑ์ของกลุ่มเราเกี่ยวข้องกับคำว่า “มัน” ค่ะ โดย “มัน” แรกมาจากมันฝรั่ง เพราะผลิตภัณฑ์ของเราเป็นมันฝรั่งแท่งทอดกรอบ ส่วน “มันส์” ที่สองนี้เราหมายถึงความสนุกความมันส์ค่ะ ซึ่งมาจาก consumer insight เพราะกิจกรรมที่ target ของเราชอบทำจะเป็นกิจกรรมที่ให้ความสนุกและจะสนุกยิ่งขึ้นหากทำกิจกรรมนั้น ๆ กับเพื่อนหลาย ๆ คน ส่วน “แบบไม่มัน” สุดท้ายนี้มาจาก product insight ของมันฝรั่งแท่งทอดกรอบเกลนดี้ ที่ผลิตโดยวิธีการอบสุญญากาศไร้น้ำมัน ผู้บริโภคจึงมั่นใจได้ว่ากินเกลนดี้อร่อยมันส์ดีต่อสุขภาพค่ะ” โดยนางสาวมนัญชยา กล่าวถึงความรู้สึกที่ได้รับรางวัลว่า “ดีใจค่ะ ไม่คาดหวังเลยว่าจะชนะแต่ก็คิดว่างานที่ทำออกมาไม่น้อยหน้าใครเลย ภูมิใจ กล้าโชว์งานตัวเอง มันเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากมาก งานหนักต้องใช้ความรู้จากหลายวิชามาเพื่อทำเวิร์คช็อป ลืมไปแล้วบ้างอะไรบ้าง แต่ก็ต้องพยายามค่ะ โชคดีที่ได้กลุ่มทำงานที่ดี ถึงแม้ว่างานอาจจะไม่ได้เป็นที่ 1 แต่พอทุกครั้งที่ทำงานมีเพื่อนที่เราเข้าใจกันทำให้เราผ่านจุดนี้มาได้แบบไม่ได้รู้สึกว่าเวิร์คช็อปเป็นเรื่องที่แย่ อาจจะจะเป็นช่วงลำบากของการทำงาน แต่เป็นช่วงเวลาดี ๆ ที่ได้ทำงานกับเพื่อนดี ๆ โดนดุก็โดนด้วยกันมีเพื่อนร่วมชะตากรรมด้วยกันตั้งหลายคนไม่ต้องกลัวอะไรเลย แต่ก็ไม่ใช่ว่าไม่ตั้งใจทำงานนะงานที่ทำออกมานั้นก็คือที่สุดความสามารถของพวกเราแล้ว”

 

นายทัศน์พล เตชวัฒนสิริกุล หัวหน้า “ทีม Survivor” อธิบายรายละเอียดแนวคิด  “Classic Confident” ว่า “กลุ่มของผมมองว่า แบรนด์คิดคิด เป็นแบรนด์ที่มีความคลาสสิคเป็นของตนเอง เป็นแบรนด์มีความออริจินอล เพราะเป็นหมากฝรั่งไทยหนึ่งเดียวที่คงอยู่ในตลาดมายาวนาน และนี่เป็นจุดแข็งของเรา และเป็นสิ่งที่ทำให้เรามั่นใจว่า เราเป็นแบรนด์หมากฝรั่งที่แตกต่างจากแบรนด์อื่น ๆ ครับ สิ่งที่ต้องการสื่อสำหรับแคมเปญนี้ คือ การตอกย้ำถึงความเป็นออริจินอลแบรนด์ของหมากฝรั่งคิดคิด ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยผู้บริโภคของกลุ่มผมที่ว่าผู้บริโภครุ่นใหม่ที่ชอบหมากฝรั่งคิดคิดเป็นคนที่มีความมั่นใจในตัวตน ดังนั้น หมากฝรั่งคิดคิดจึงเป็นสิ่งที่สามารถสะท้อนตัวตนของผู้บริโภคที่มีความมั่นใจในตัวตนเพราะเรามั่นใจในความคลาสสิคและออริจินอลของแบรนด์” นายทัศน์พล กล่าวถึงความรู้สึกหลังจากได้รับรางวัลอีกว่า “ดีใจครับ และขอบคุณอะไรหลาย ๆ อย่าง ขอบคุณเพื่อน ๆ ขอบคุณพ่อแม่ ขอบคุณอาจารย์ทุกคน ขอบคุณตัวเอง ขอบคุณกูเกิ้ล ขอบคุณพาวเวอร์พอยท์ ขอบคุณอโดบี้ ขอบคุณห้องคอมมอนรูม หออนันดาสำหรับใช้ทำงาน ขอบคุณเซเว่นฯ สำหรับกาแฟเพื่อการทำงานโต้รุ่ง… ขอบคุณทุก ๆ คนครับ”

 

คุณ ธีร์วี จิระวงศ์ ผู้จัดการฝ่ายการตลาดยาโยอิ จากบริษัท เอ็มเค อินเตอร์ฟู้ด จำกัด ผู้สนับสนุนจากร้านอาหารญี่ปุ่นยาโยอิ กล่าวว่า “วันนี้นะคะ ก็ดีใจมาก ๆ ที่ได้เป็นเกียรติที่ได้มาฟังผลงานของอนาคตคนที่จะเข้ามาอยู่ในแวดวงโฆษณาหรือการตลาด ได้ฟังมาหลายช่วงแล้วนะคะ ตอนท้าย ๆ นี่น้อง ๆ ปล่อยของ หลาย ๆ กลุ่มได้ทำการบ้านมาจากคอมเม้นท์คราวที่แล้ว มีการคิดนอกกรอบ มี insight ที่ดี ได้เห็นพัฒนาการที่ดีในเรื่องการนำเสนอ มีสิ่งที่ดูดดึงพอสมควร สิ่งที่อยากจะฟังน้อง ๆ ที่ทำงานในอนาคตก็คือไอเดียที่มีนี่แหละ ใช้พลังได้อย่างเต็ม การทำงานบางครั้งจะมีผิดพลาดแต่อย่าหยุด ลองผิดลองถูกเราก็จะเจอสิ่งที่ต้องการค่ะ”

 

คุณ ชัยศิริ คงศุภมานนท์ รองประธานกรรมการบริษัท จากบริษัทกรีนเดย์ โกลบอล จำกัด ผู้สนับสนุนจากผลิตภัณฑ์มันฝรั่งแท่งทอดกรอบเกลนดี้ กล่าวว่า “จากที่เห็นผลงานของน้อง ๆ แล้ว ก็ต้องขอบคุณอาจารย์ทุก ๆ ท่าน และน้อง ๆ ทุกคน ที่ช่วยกันทำพรีเซนต์ได้ดีมาก ทางบริษัทของพี่จะนำข้อดีของแต่ละกลุ่มมารวมกันแล้วนำไปใช้ที่บริษัทครับ”

อยากจะฝากน้องๆว่า ในห้องเรียนก็คือเป็นประสบการณ์หนี่ง ถ้าออกมาใช้ชีวิตในโลกภายนอก ก็อีกประสบการณ์หนึ่ง อยากจะฝากน้อง ๆ ว่าการทำงานต้องมีทีมเวิร์ค ร่วมมือร่วมใจ การทำงานคนเดียวไม่สามารถจะทำได้ครับ

คุณ ยศสรัล แต้มคงคา กรรมการผู้จัดการ จากบริษัท เอ็ม เอส กรุ๊ป จำกัด ผู้สนับสนุนจากผลิตภัณฑ์หมากฝรั่งคิดคิด กล่าวว่า “หลังจากชมงานทั้งหมด ถือว่าเป็นการเปิดไอเดียใหม่ ๆ ให้ทางผู้ประกอบการ เพราะว่าด้วยสินค้าของเราเอง ก็ไม่ได้ติดตลาดเท่ากับสินค้าหมากฝรั่งของคู่แข่งยี่ห้ออื่น จริง ๆ คิดว่าไม่มีคนรู้จัก ไม่ค่อยมีคนบริโภคของเราแล้ว แต่จากที่น้อง ๆ ไปทำมา ก็ทำให้เราเห็นโอกาส ว่าหมากฝรั่งของเรา หมากฝรั่งของคนไทย สามารถทำอะไรได้บ้างตามไอเดียที่น้องแนะนำมา อาจจะนำมาปรับรวม ๆ กัน ไอเดียที่น้อง ๆ ทำมาก็ดีหมดครับ แต่เราก็มองว่าอะไรที่พอทำได้ พอจะไปได้มากที่สุด”

อยากจะให้คิดนอกกรอบอย่างที่น้อง ๆ คิดมาก็ดีแล้วครับ ที่น้อง ๆ พยายามคิดมา ให้มันต่าง มีอะไรใหม่ ๆ และประยุกต์ใช้ได้จริง จะต้องใหม่และใช้ได้จริง ก็จะโดนใจผู้บริโภค

 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s